Rough รักต้องลุย

(อ่านบทความภาคต้นได้ ที่นี่ )

ดูแล้วรู้สึกว่าการ์ตูนหนุกกว่ามาก ผิดหวังหน่อยๆแต่ไม่ถึงกับเสียดายเงิน เนื้อเรื่องตอนต้นกับตอนจบค่อนข้างตรงตามต้นฉบับการ์ตูน แต่ตอนกลางๆเรื่องมีการปรับบทไปพอสมควร ตัวละครหลายตัวนิสัยเปลี่ยนไป และบางตัวเหมือนเอาหลายๆคนมายำลงคนๆเดียว (เช่นเพื่อนพระเอกเป็นต้น)

ตอนแรกรู้ว่าผู้กำกับเรื่องนี้คือคนเดียวกับที่กำกับเรื่อง นานะ (ภาคแรก) ซึ่งรวมๆออกมาน่าพอใจมาก เลยทำให้เราอดคาดหวังไม่ได้ว่า เรื่องนี้ก็น่าจะทำออกมาดีเหมือนกัน แน่นอนว่า ความคาดหวังนั้นเป็นสิ่งที่ทำลายความสนุกของหนังมาเยอะแล้ว

จุดที่หนังเรื่องนี้ทำออกมาไม่ค่อยน่าพอใจ

1. ไม่รู้ว่าพระเอกนางเอกไปรักกันตอนไหน ?
ดูแล้วไม่ค่อยเชื่อว่าทั้งสองคนจะรักอะไรกันมากมายขนาดนั้น รักกันเร็วเกินไปในการ์ตูนจะใส่ฉากประเภท "แอบชอบแต่ไม่บอก" เยอะเช่นฉากที่พระเอกนางเอกไปเชียร์เบสบอลแล้วนั่งติดกัน อันนั้นน่ารักมาก (แต่ในหนังคงไม่รู้จะหยิบมายังไง) จริงๆก็น่าจะเลือกฉากน่ารักๆมาใส่บ้างนะ ในหนังจะเห็นแค่ตอนโดนบังคับให้ไปเดทด้วยกันวันแรก ซึ่งยังทะเลาะกันอยู่ด้วยซ้ำถัดจากนั้นมาก็ไม่มีเลยถ้าเป็นในการ์ตูน ตอนแรกนางเอกก็ไม่ชอบพระเอกเหมือนกัน แต่พอคุยๆกันไปก็พบว่าพระเอกเป็นคนนิสัยดี นางเอกก็เลยมองในแง่ดีมากขึ้นจนกลายเป็นชอบ ในทางกลับกัน พระเอกก็พบว่านางเอกพอไม่โกรธตัวเองแล้ว ก็เป็นคนน่ารักคนหนึ่ง (แถมหนุ่มๆจีบเยอะด้วย)แต่ในหนังไม่มีจุดนี้เลยแม้แต่น้อย แล้วพอมาดูตอนพระเอกเศร้าๆอกหัก มันก็เลยไม่อินอย่างแรง

2. การ์ตูนแนวเลิฟคอมมาดี้ กลายเป็นดราม่านิดๆไปซะงั้น
คงเพราะในการ์ตูนภาพรวมจะเป็นน่ารักๆสบายๆ จะมีฉากซีเรียสน้อย ซึ่งอาดาจิจะใส่ฉากซีเรียสเฉพาะฉากสำคัญๆที่มีผลต่อเรื่อง เช่น ตอนอามิจมน้ำ ตอนอุบัติเหตุของนากานิชิ ตอนที่นางเอกโดนพระเอกว่าโกหก และตอนที่นางเอกไปพยุงนากานิชิแล้วโดนสะบัด ข้าพเจ้าเข้าใจอย่างดีว่าฉากพวกนี้ตัดไปไม่ได้ และไม่ควรตัดเพราะมีผลต่อเนื้อเรื่องมากๆ แต่มันทำให้กลายเป็นว่า ฉากน่ารักๆหายไปหมดเลย เหลือแต่ฉากซีเรียสๆ กลายเป็นดราม่าไปเฉ๊ย

แล้วไม่พอ ยังเติมเนื้อเรื่อง+บทพูดที่ไม่มีในการ์ตูนเพื่อตอกย้ำความซีเรียสอีก เช่นตอนที่ให้เพื่อนพระเอกมาพูดให้พระเอกสู้ ตอนนั้นเกิดอาการงง ว่ามายังไงวะฉากนี้ แล้วแทนที่หนังจะทำให้ซึ้งตอนพระเอกกับเพื่อนจากกัน ข้าพเจ้ากลับไม่รู้สึก (แถมเบื่อกับความน้ำเน่าด้วย) เพราะไม่เชื่อในความผูกพันของเพื่อนทั้งสองคนเลย หนังปูทางมาให้น้อยมาก

3. ตัวละครไม่เหมาะสมทั้งคนเล่นและนิสัยที่เปลี่ยนไป
เคย์สุเกะ (รับบทโดย ฮายามิ โมโกมิชิ) นิสัยเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคน จากเป็นคนสบายๆ ตลก แอบกวนนิดๆ ในเรื่องจะเก่งว่ายน้ำ มีพระสวรรค์ จริงๆก็มุ่งมั่นที่จะแข่งแต่ไม่ค่อยแสดงออกว่าซีเรียสและจะชอบวางฟอร์มกับนางเอกตลอด กลายเป็น พระเอกที่แสดงออกว่ามุ่งมั่นกับการว่ายน้ำมาก แต่ดูถูกตัวเองว่าไม่เก่ง ยอมแพ้ง่ายๆ(เหมือนในหนังพระเอกจะไม่ค่อยเก่งว่ายน้ำเท่าไหร่นัก)ดูทึ่มๆนิดนึงด้วย (ฮา) ไม่ดูชิวๆกวนๆเหมือนในการ์ตูน และแสดงออกว่าชอบนางเอกอย่างเห็นได้ชัด(มาก)ที่สำคัญ พระเอกที่เล่นสูงเวอร์ๆ มันก็ดูดีอยู่หรอกแต่ทำให้นากานิชิที่ในการ์ตูนต้องดูเท่กว่า กลายเป็นอะไรก็ไม่รู้ ข้าพเจ้าคิดว่า ผู้หญิงทั่วๆไปถ้าใครเห็นก็เลือกพระเอกแหละ หล่อ+ดูดีกว่ามาก ^^ เห็นแค่หน้าตากับความสูงแล้ว ถ้าข้าพเจ้าเป็นอามิก็คงเลือกเคย์สุเกะแน่นอน

นาคานิชิดูกระจอกไปเลย จริงๆตัวละครนี้ก็นิสัยดีนะ เป็นลูกผู้ชายคนนึงเป็นคนแฟร์ๆ แม้รู้ว่าอามิก็แอบชอบเคย์สุเกะอยู่ แต่ก็ทำดีกับเคย์สุเกะ ไม่หึงหวงเวอร์ให้อามิเป็นคนตัดสินใจ ดูแมนมากแต่ในหนังเหมือนเป็นตัวร้ายเลยอ่ะ ไม่เท่เลย

นางเอก (รับบทโดยมาซามิ นากาซาวะ) ทำออกมาได้น่ารักเหมือนกัน แต่ก็ยังไม่ใช่นิโนมิยะ อามิ ทีเดียว อามิจะค่อนข้างเรียบร้อยและนิสัยดีมาก แต่จะชอบกวนประสาทพระเอก + ทะเลาะกันในหนังดูไม่ค่อยเรียบร้อยนัก แต่ถ้าถามว่าคนเล่นน่ารักมั้ย น่ารัก!! ข้าพเจ้าว่าเป็นส่วนเดียวที่ทำให้หนังน่าดูมากขึ้น และดึงคนดูไว้ได้ที่นางเอกดูโอเคสุดในเรื่องคงเพราะเธอเล่นดีด้วยแหละ (ตั้งแต่เรื่อง Touch แล้ว ข้าพเจ้าคิดว่านางเอกคนนี้แสดงออกได้น่ารักดี)

จริงๆเสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ตรง ความเป็นโรมิโอจูเลียตของพระเอกนางเอก (ทำให้มีมุขตลกเรื่องพ่ออามิ กับยามาดะ) กับ อาการ "รักแต่ไม่พูด" ของทั้งคู่

แต่ในหนังมีน้อยมาก...

มีตอนจบตอนเดียวที่ทำออกมาเป๊ะๆเลย มีเติมต่อเล็กน้อยแต่นับว่าดีคือเฉลยไปเลยว่าพระเอกเป็นฝ่ายชนะว่ายน้ำในหนังจะฉายภาพพระเอกว่ายน้ำไปจนถึงเส้นชัย ควบคู่กับเสียงของนางเอกในซาวเบาท์ที่แทรกเข้ามาชอบสีหน้าของนางเอกตอนที่ยิ้มดีใจที่พระเอกชนะอ่ะ

นอกนั้นที่ชอบก็คือฉากที่ว่ายในน้ำทุกฉาก ภาพท้องน้ำสีฟ้าสวยมาก แต่ถ้าเป็นผู้ชายไปดูคงชอบใจเพราะในเรื่องมีแต่ฉากโชว์ชุดว่ายน้ำทั้งเรื่อง (ฮา) หนุ่มๆเตรียมทิชชู่ไปซับเลือดได้เลย

ข้าพเจ้าเข้าใจดีว่าการดัดแปลงการ์ตูนหรือหนังสือมาเป็นภาพยนตร์นั้นยาก เพราะมีข้อจำกัดหลายอย่าง จากการ์ตูน Rough ซึ่งยาว 12 เล่ม มาเป็นหนัง 2 ชั่วโมงก็จำเป็นต้องตัดอะไรหลายอย่างออกไป แต่ว่า จุดที่น่าเสียดายคือ ผกก.ดันเลือกตัดฉากที่น่าประทับใจหลายฉากออกหมด แต่ฉากที่ไม่มีในการ์ตูนหรือมีแต่ไม่จำเป็นต่อเนื้อเรื่องกลับเอามาใส่ซะงั้น (เช่นเรื่องของโค้ชพระเอก หรือตอนแรกที่พระเอกฟังวิทยุเล่นเกมต่อคำ ซึ่งใส่เข้ามาทำไมก็ไม่รู้ ไร้สาระมากและไม่ตลกเลย)

การ์ตูนเรื่องอื่นๆที่นำมาเป็นภาพยนตร์ เช่น นานะ กับ เดธโน๊ต ข้าพเจ้ายังรู้สึกพอใจมากกว่านี้ด้วยซ้ำ ถึงแม้ทั้งสองเรื่องนั้นจะดัดแปลงไปบ้างเหมือนกัน แต่สเน่ห์ของเรื่องทั้งสองนั้นยังคงอยู่

สุดท้ายแล้ว ข้าพเจ้าตระหนักได้ว่าการ์ตูนอาดาจินี่เอามาทำเป็นหนังคงยากที่จะคงความเป็นอาดาจิไว้ได้ เพราะการ์ตูนเค้ามีสเน่ห์ตรงรายละเอียดยิบย่อย ซึ่งจะมาทำย่อเหลือ 2 ชั่วโมงคงจะลำบาก ถ้าเป็นไปได้ ถ้าคราวหน้าจะทำหนังจากการ์ตูนของอาดาจิอีกอยากให้คุณ ชุนจิ อิวาอิ มากำกับจังเล๊ย

ปล. พอหนังจบ เราก็นั่งดูเพลง end credit ตามที่มีบางคนแนะนำ พอดูจบ (กินเวลาราวๆ1-2นาทีได้) ก็มีเรื่องราวต่ออีกนิดนึง แต่ไม่ค่อยเกี่ยวกับหนังเท่าไหร่นัก ไม่รู้ว่าจะสื่ออะไร พอลุกขึ้นจะออกนับดูแล้วเหลือคนในโรงราว3 คน (รวมข้าพเจ้า) และมีพี่พนักงานเดินตั๋วอีก 2 คน สงสัยคนไทยไม่นิยมรอดูจนจบมั้ง...

ปล.2 เชื่อมั้ยว่าการ์ตูนเรื่องนี้เคยทำมาเป็นละครแล้ว!! โดยพี่ไทยของเราเอง!! 555 ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นเรื่องที่สายฟ้าแสดงเป็นพระเอกเมื่อ10กว่าปีก่อน (จำไม่ค่อยได้) นั่นแหละสมัยนั้นละครไทยลอกการ์ตูนมาเยอะ (จริงๆสมัยนี้ก็มี) เรียกว่าไทยทำมาก่อนญี่ปุ่นอีกคราวนี้ ... ญี่ปุ่นนี่ล้าหลังจริงๆเพิ่งจะเอามาทำเป็นหนัง เนาะ ... ^^!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

#1 By no one on 2007-02-09 22:31

นั่นสินะเนี่ย ถ้าไม่ได้อ่านการ์ตูนมาอาจจะอินไม่เท่า แต่พออ่านแล้วมาดูมันเลยลืมจุดอ่อนพวกนี้ไปเยอะเลย แต่เห็นด้วยว่าไม่ค่อยอินกับความสัมพันธ์ของแต่ละคนเท่าไหร่ เพราะรายละเอียดมันน้อยเกินไป
แต่เข้าใจเรื่องฉากสุดท้ายที่ใส่เข้ามานะ
ตอนนั้นโชคดีที่มีคนนั่งเป็นเพื่อนหลายคนเลยได้ดู อิอิ

#2 By no one on 2007-02-09 22:32

เรื่องนี้มีเป็นหนังด้วยเหรอเพิ่งรู้อ่ะ

#3 By Lydia Deetz on 2007-02-12 06:06

ปล. เฮ้ย! กุไม่ได้เพ้อรัก

#4 By Lydia Deetz on 2007-02-12 06:08

อืมๆ ตอนแรกที่เห็นตัวอย่างภาพยนตร์ก็คิดไว้เหมือนกันว่าคงจะทำให้เรารู้สึกสนุกไม่เท่าหรอกครับ ฮ่าๆๆ 12เล่มจบกับภาพยนตร์(2หรือ3ชั่วโมงน่ะ - -a) แต่ยังไงผมก็จะดูอยู่ดี...สงสัยจะได้รอแผ่นล่ะเนอะ

ขำตรง ป.ล.2 เคยได้ยินเหมือนกันครับ แต่ว่าไม่รู้ชื่อเรื่องอะไร (คือผมไม่ใช่พวกชอบดูละครเสียด้วย)

#5 By サトル [[ I'm satoru. ]] on 2007-02-26 11:48

บอกหน่อยนะครับ ติดต่อ มาที่ hiphopjet@hotmail.com หรือส่งชื่อเพลง มาก็ได้ครับ

#6 By อยากรู้ชื่อเพลง ช้า ของเรื่องนี้ จังอ่ะครับ ชื่อ ว่าอะไรเหรอ (61.19.188.211 /61.19.188.211, 61.19.188.211) on 2007-06-07 20:23

^
^
ไม่แน่ใจนะ soundtrack เรื่อง Rough มีเพลง Guarana ของ Sukima Switch กับ Zenryoku Shounen ของ Sukima Switch ค่ะ (เท่าที่รู้)

#7 By *cinnamoroll on 2007-06-08 00:40

เห่า

#8 By พเหฟ้เก่ (125.24.201.219) on 2007-08-07 21:06

*cinnamoroll View my profile