Tiger & Dragon พยัคฆ์ตัดมังกร
posted on 16 Apr 2007 16:15 by cinnamoroll in J-series(แก้ไขเพิ่มเติม)
ช่วงนี้เรื่อยเปื่อยมาก เพิ่งมีเวลาว่างแบบจริงจัง (เป็นยังไงวะ) ก็เลยไปขุดหนังสือกับดีวีดีที่ซื้อมาไล่ดูทีละอย่างๆ แล้วก็เจอดีวีดีละครญี่ปุ่นเรื่องหนึ่งที่ซื้อมาเมื่อสองเดือนก่อน เลยเอามาเปิดดูซะหน่อย เรื่อง Tiger& Dragon หรือชื่อไทย พยัคฆ์ตัดมังกร

เรื่องนี้ซื้อมาเพราะนักแสดงนำล้วนๆเลย ก็ไม่ใช่ใครอื่น นางาเสะ โทโมยะ (คนขวา) สุดหล่อของเรานั่นเอง ซื้อมาโดยที่ไม่รู้เลยว่านี่มันเรื่องเกี่ยวกับอะไร แนวไหน เออ แต่รู้มาก่อนหน้านี้ว่า ละครเรื่องนี้เป็นละครที่ทำให้โทโมยะได้รับรางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมของญี่ปุ่น ก็เลยค่อนข้างสนใจว่ามันเป็นยังไง
พอเปิดมาดูได้ 3 นาทีแรก งงมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ความรู้สึกเหมือนตอนนั่งเรียนวิชาฟิสิกส์ เห้ยมันพูดเรื่องไรกันอยู่วะเนี่ย !!
ด้วยความที่ตัวละครพูดเร็วสุดๆทำให้ตามเรื่องไม่ค่อยทัน หรือไม่ก็เพราะว่าคนแปล แปลได้ไม่รู้เรื่องหรือเพราะตัวละครมันโผล่ทีเดียวมาเป็นสิบก็ไม่รู้ (แรกๆจำได้แต่โทโมยะ)หรืออาจเพราะทั้ง3 เหตุผลนี้ผสมกันนั่นล่ะอิชั้นจึงงงอย่างรุนแรง แต่ด้วยความที่มีสติปัญญาล้ำเลิศ (ขอโม้หน่อย) พอผ่านช่วง 3 นาทีแรกไปแล้วก็พอจะดูรู้เรื่องขึ้นมานิดนึง พอจะจับใจความเนื้อเรื่องและตัวละครได้บ้าง และก็พบว่าเรื่องนี้สนุกกว่าที่คิดไว้มาก
เนื้อเรื่องคร่าวๆ
เรื่องราวเกี่ยวกับ ยากูซ่าคนหนึ่งชื่อ ยามาซากิ โคโทระ (แสดงโดยโทโมยะ) หรืออีกชื่อหนึ่งว่าโทราจิ ต้องการจะออกจากแก๊งตัวเองและเลิกเป็นยากูซ่า เงื่อนไขของหัวหน้าแก๊งคือเขาต้องไปทวงหนี้ให้ครบตามจำนวนกำหนดจึงจะถอนตัวจากการแก็งยากูซ่าได้ และโคโทระก็ไปต้องทวงเงินจากลูกหนี้คนหนึ่งที่ติดเงิน4 ล้าน ชื่อว่า ยานากะ โชวคิจิ แต่ว่าโชวคิจิยังไม่สามารถหาเงินมาจำนวนเยอะขนาดนั้นได้ทันที โคโทระก็เลยต้องหาวิธีแก้ไข โดยที่โคโทระรู้มาว่าโชวคิจิมีอาชีพเป็น "นักเล่าเรื่องราคุโกะ"

[ ราคุโกะ เป็นศิลปะอย่างหนึ่งของวัฒนธรรมญี่ปุ่น จากที่เราสังเกต (เอาเอง) จากละคร มันจะเป็นแบบนี้นะคือ จะมีนักแสดงคนเดียวใส่ชุดกิมิโนถือพัดด้ามหนึ่งออกมาเล่าเรื่อง ตอนแรกเราเข้าใจว่าเล่าเรื่องตลก แต่จริงๆเป็นเรื่องที่ไม่ตลกก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ก็ตลกนะ (พูดยังไงวะงง) เหมือนเป็นเรื่องสั้นๆแต่แฝงคติอะไรสักอย่าง และเรื่องที่เล่านี้จะมีอยู่ไม่กี่เรื่อง คือ เหมือนเป็นแบบฉบับการเล่าของเขาเลยอ่ะ สังเกตเอาเองจากในละคร เวลามีคนออกมาเกริ่นเรื่องนิดนึง คนดูก็จะรู้แล้วว่าเรื่องนี้คือเรื่องอะไร ถ้าให้เปรียบก็เหมือนเล่านิทานอีสปละกันที่คนส่วนใหญ่จะรู้เรื่องมาแล้ว และคนที่มาดูส่วนใหญ่มีแต่คนแก่ด้วย เรื่องที่เล่าก็จะเกิดขึ้นในสมัยเอโดะ (ยุคโบราณเลย)แต่ถ้าถามว่ามันสนุกตรงไหนที่มาฟังเรื่องที่เรารู้เรื่องแล้ว อันนี้ก็ไม่รู้แฮะแต่ถ้าจะให้เดา เราว่าน่าจะเป็นเพราะคนเล่าเรื่องราคุโกะแต่ละคนจะมีวิธีการเล่าที่แตกต่างกัน คงเหมือนอย่าง "โรมิโอแอนด์จูเลียต" หรือ"บ้านทรายทอง" มั้ง ที่คนส่วนใหญ่รู้เรื่องแล้วก็ยังจะดูอีก เพราะถ้านักแสดงและคนกำกับเป็นคนละคนกัน เรื่องก็น่าจะออกมาคนละแบบกันด้วย จริงมั้ย]
คราวนี้พระเอกก็เริ่มสนใจว่า ราคุโกะมันเป็นยังไงหว่า และก็อยากลองทำอาชีพนี้ดู เผื่อในอนาคตออกจากแก๊งยากูซ่าแล้วจะได้มาเป็นนักเล่าเรื่องราคุโกะมั่ง โคโทระก็เลยฝากตัวขอเป็นศิษย์ของโชวคิจิให้เขาช่วยสอนวิธีเล่าเรื่องราคุโกะ แล้วโคโทระก็จะจ่ายเงินให้ทุกเดือนถือเป็นค่าสอน เพื่อที่โชวคิจิจะได้มีเงินมาปลดหนี้ด้วย เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

มาดยากูซ่าเล่าราคุโกะ
แต่โคโทระ (ชื่อแปลว่าเสือน้อย)มีนิสัยแบบยากูซ่า เป็นคนตรงไปตรงมา และเส้นลึก มักจะไม่เก็ตมุขอะไรง่ายๆ ดังนั้นเขาจึงเล่าเรื่องราคุโกะได้ไม่สนุกสุดๆเพราะไม่เก็ตว่าตรงไหนมันตลก ทั้งยังเป็นคนความจำไม่ค่อยดี ทำให้แรกๆที่หัดจำบทไม่ได้อีกตะหาก สรุปคือเป็นคนที่เล่าเรื่องราคุโกะห่วยแตกมากๆนั่นเอง

ริวจิก็เท่นะ
โคโทระมีเพื่อนชื่อ ยานากะ ริวจิ (มังกร) ซึ่งเป็นลูกชายของอาจารย์โชวคิจิ ริวจิเล่าเรื่องราคุโกะเก่งมาก แต่เขาไม่ชอบอาชีพนี้ เขาอยากทำเสื้อผ้าขายมากกว่า จึงหนีออกจากบ้านและไปเปิดร้านขายเสื้อผ้า ซึ่งเสื้อผ้าแต่ละชิ้นมัน... เรียกว่าทำให้คนใส่กลายเป็นนกแก้วได้เลยอ่ะ (ดูภาพประกอบข้างล่างได้)

กินจิโร่ไม่ค่อยถูกกันกับริวจิ
นอกจากนี้ตัวละครก็มี กินจิโร่ ลูกชายหัวหน้าแก๊งซึ่งนับถือโคโทระเป็นพี่ชาย (คือจริงๆพระเอกเป็นเด็กเก็บมาเลี้ยง) แล้วก็ที่ร้านของริวจิก็มีเด็กสาวน่ารักคนหนึ่งชื่อ ริสะ(คนเล่นคือน้องยู อาโออิ ซึ่งหน้าตาน่ารักมาก เคยแสดงหนังดังๆอย่าง All About Lily Chou-Chou และ Hana&Alice มาแล้ว)

ริสะจัง
แล้วก็ยังมี เมกุมิ (แสดงโดยอิโตะ มิซากิ คนนี้หน้าคุ้นเพราะเล่นหลายเรื่องมาก) ผู้หญิงที่สวยและหุ่นดีสุดๆมีอาชีพเป็นไกด์นำเที่ยว ซึ่งผู้ชายทุกคนรวมทั้งริวจิหลงใหล ยกเว้นพระเอกที่เฉยๆ แต่เธอกลับมาหลงรักพระเอกซะงั้น

เมกุมิกับโคโทระ และริวจิ (หันหลังอยู่)
"เสือ"ในที่นี้ก็หมายถึง"โคโทระ"นั่นเอง ส่วน"มังกร"ก็เป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจาก"ริวจิ"
เรื่องราวส่วนใหญ่จึงเกี่ยวพันกับตัวเอกสองคนนี้เป็นหลัก
เรื่องราวในแต่ละตอนจะดำเนินเรื่องคล้ายคลึงกัน (จริงๆเพิ่งดูไป 4 ตอนเอง) คือ เริ่มต้นด้วยการเล่าเรื่องสะเปะสะปะ มักจะเป็นเหตุการณ์รอบตัวพระเอก เกี่ยวกับคนโน้นคนนี้ แล้วพระเอกมักจะไปช่วยแก้ไขหรือไม่ก็คอยสังเกตการณ์ แล้วระหว่างเรื่องอจ.สอนราคุโกะก็จะสอนพระเอกเล่าเรื่องราคุโกะเรื่องหนึ่งตามต้นฉบับ แล้วสุดท้ายพระเอกก็จะมาเล่าเรื่องราคุโกะอีกรอบ แต่ดัดแปลงตามใจตนเองโดยเอาเหตุการณ์รอบๆตัวมาเกี่ยวข้อง
สิ่งที่ละครเรื่องนี้ทำได้มหัศจรรย์มากคือการนำเรื่องราคุโกะมาดัดแปลงเป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่เรื่องราวเหมือนกันเด๊ะ เรื่องราวในแต่ละตอนจะขนานไปกับเรื่องเล่าราคุโกะจากตอนต้นๆที่คนดูอาจงงกับทิศทางการเล่าของเรื่อง ที่เดี๋ยวก็เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้แต่พอมาดูถึงตอนจบ (ในแต่ละตอน) เรื่องที่เล่ามาทั้งหมดกลับขมวดปมเป็นเรื่องเดียวกันได้ !! ดูแล้วทึ่งกับคนเขียนบทมากๆ
ตัวอย่าง ตอนที่ชอบมากคือตอนที่ 3 "พิธีชงชา" (Spoiled ตอนที่ 3)
ตอนต้นๆอาจารย์ของพระเอกจะมาเล่าเรื่องราคุโกะ เนื้อเรื่องก็จะเกี่ยวกับเศรษฐีชายแก่คนหนึ่งที่ร่ำรวยมาจากการค้าขาย แต่ตัวเองไม่ได้เป็นชนชั้นผู้ดีอะไรมาก่อน วันหนึ่งเกิดอยากจะจัดพิธีชงชาอย่างที่พวกชนชั้นสูงเขาทำกัน ก็เลยเชิญชาวบ้านแถวๆนั้นมาร่วมงานแต่เผอิญตัวเองไม่เคยร่วมงานแบบนี้มาก่อนก็เลยไม่รู้ว่าต้องทำยังไง ก็ให้ลูกน้องคนสนิทช่วยสอน ลูกน้องคนสนิทก็ไม่รู้เรื่องพอกัน ทั้งคู่ก็เลยมั่วเอาตามที่เคยได้ยินมา (มันเอาแป้งผสมกับรากไม้อะไรสักอย่างมากินอ่ะ ไม่ใช่ชาเลย แต่สีเขียวเหมือนชาเขียว)
คราวนี้พวกชาวบ้านเองก็ไม่เคยร่วมงานพิธีชงชามาก่อนเหมือนกัน ต่างคนก็เลยกะว่าดูคนข้างๆละกันว่าปฏิบัติตัวยังไง แล้วก็ทำตามเขาเอา (ตรงนี้จะฮา เพราะชาที่กินมันก็ไม่ใช่ชา จึงไม่อร่อยอย่างแรง ขนมที่นำมาเสิร์ฟพร้อมชาก็รสชาติไม่ได้เรื่องเลยแต่ทุกคนก็ต้องทำเป็นเหมือนว่ามันอร่อยมากอ่ะ) และพิธีชงชานี้ก็จัดบ่อยขึ้น ชาวนาคนหนึ่งที่บ้านอยู่ข้างๆเศรษฐีชายแก่ก็มักจะเจอขนมที่บรรดาชาวบ้านบ้วนทิ้งมาตกอยู่ในสวนบ้านเขา ทุกครั้งที่เขาพบเศษขนมก็ได้แต่บ่น "เฮ้อ สงสัยวันนี้คงมีงานพิธีชงชาอีกแล้ว"
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า... (อ่าวไม่ใช่นิทานอีสปนี่นา ^^')
ส่วนเรื่องราวในเรื่องเริ่มที่ วันหนึ่งมีดีไซเนอร์ชื่อดังมาที่ร้านของริวจิ ดีไซเนอร์คนนี้มีชื่อเสียงว่าหากเขาบอกว่าแบรนด์ไหนมาแรง แบรนด์นั้นก็จะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า คนจะนิยมกันทันที ดีไซเนอร์คนนี้ก็ชื่นชมร้านของริวจิว่ามีสีสันดูแนวๆดี แล้วบอกว่าเขาจะจัดงานคืนสู่เหย้า"ดรากอนไนท์" (คงคล้ายฟูลมูนปาร์ตี้อะไรประมาณนั้น)เลยขอให้ริวจิออกแบบแถบรัดข้อมือเพื่อใช้เป็นบัตรผ่านเข้างานให้ที และให้วางขายที่ร้านของริวจิด้วย
ริวจิดีใจมากจึงออกแบบแถบรัดข้อมือมาหลากหลายแนว ล้วนแต่มีลวดลายและสีสันจัดจ้านสะดุดตาทั้งนั้น แต่สุดท้ายตาดีไซเนอร์คนนั้นก็ไม่เอาแบบที่ริวจิทำ กลับคิดแบบขึ้นมาเองซึ่งเป็นแบบเรียบๆและไม่สวยเลยสักนิด (เป็นผ้าสีเหลืองอ๋อยและเขียนตัวหนังสือสีดำว่า"ดรากอนไนท์") ริวจิโมโหก็เลยไปถามดีไซเนอร์คนนั้น เขากลับตอบมาว่า "แบบมันจะเป็นยังไงก็ช่างเหอะ ได้วางขายที่ร้านคุณก็ดีแล้วนี่ ผมช่วยให้ร้านคุณดังขึ้นมาไม่ดีหรอ"
ริวจิกลับไปที่ร้านแบบเซ็งๆ แถบรัดข้อมือขายดีมากทำให้คนเข้าเต็มร้านแต่เขาก็ไม่ดีใจเลยสักนิด จนกระทั่งตอนหนึ่งเมกุมิแวะมาที่ร้านพร้อมโคโทระ เมกุมิเป็นสาวพูดตรง เธอบอกว่าแถบรัดข้อมือที่ขายอยู่นี่ไม่เห็นสวยเลย ไม่ใช่สไตล์ของริวจินี่ แล้วเธอก็ทักแถบรัดข้อมือที่อยู่บนข้อมือของริวจิ(ซึ่งเป็นอันที่เขาออกแบบเอง)ว่า "อันนี้สิเท่กว่าตั้งเยอะ" คำพูดนั้นคงทำให้ริวจิคิดอะไรได้บางอย่าง เขาจึงกลับไปหาดีไซเนอร์และเอาแถบรัดข้อมือทั้งหมดไปคืน เพราะริวจิพบว่าเขาไม่อาจจะขาย "ความเป็นตัวเอง" ได้ ร้านของเขาก็กลับมาคนน้อยเหมือนเดิม แต่ริวจิก็เป็นสุขใจ
สุดท้ายโคโทระก็เล่าราคุโกะสรุปว่า งานดรากอนไนท์นั้นอยู่ติดกับวัดแห่งหนึ่ง เช้าวันไหนก็ตามที่นักบวชในวัดมากวาดพื้นและพบแถบรัดข้อมือสีเหลืองทิ้งเกลื่อนกลาดทั่วลานวัด นักบวชคนนั้นก็ได้แต่ถอนใจและกล่าวว่า "เฮ้อ เมื่อคืนคงมีงานดรากอนไนท์อีกแล้วล่ะสิ"
จบตอน...

นี่พระเอกหรอเนี่ย !?
ยังดูเรื่องนี้ไม่จบเลยที่จริง แต่คิดว่าตอนต่อๆไปก็คงจะสนุกเหมือนกันแหละมั้ง (ถ้าดูจบแล้วมีอะไรที่เราอยากเพิ่มเติมอาจจะมาเขียนอีกที)เราชอบเรื่องราคุโกะแต่ละเรื่องนะ สนุกและตลกกว่าที่คิดอ่ะ มีเสียดสีหน่อยๆด้วยสำหรับคนที่คิดอยากจะดูแต่ตัดสินใจไม่ถูก เชิญได้เลย รับรองว่าเรื่องนี้มีอะไรดีๆมากมาย และตลกมากๆด้วย (ดูหน้าพระเอกข้างบนสิ) เออ ตอนหาข้อมูลเพิ่มเพิ่งรู้ว่าละครเรื่องนี้ได้รับรางวัลเยอะนอกเหนือไปกว่าที่โทโมยะได้รางวัลนักแสดงชายยอดเยี่ยมอีก
45th Television Drama Academy Awards: Best Drama (ละครยอดเยี่ยม ว้าว)
45th Television Drama Academy Awards: Best Actor: Nagase Tomoya (คนนี้สุดยอดของการแสดงจริงๆ)
45th Television Drama Academy Awards: Best Supporting Actor Nishida Toshiyuki (คนที่เล่นเป็นอจ.สอนราคุโกะก็แสดงเก่งนะ)
45th Television Drama Academy Awards: Best Screenwriter: Kudo Kankuro (กะแล้วว่าคนเขียนบทควรจะได้รางวัลด้วย สุดยอดของการเขียนบทเลยครับท่าน)
45th Television Drama Academy Awards: Best Music Arrangement: Nakashini Kyo (อืม...เพลงในเรื่องก็ดี จริงๆไม่ได้สังเกตมาก)
45th Television Drama Academy Awards: Best Opening: Katayama Osamu (อันนี้สงสัยคงเป็นเพราะเรางงเองป่าววะ เราว่าเค้าเปิดเรื่องด้วยบทสนทนาที่เร็วโคดอ่ะ อืม... แต่คนญี่ปุ่นอาจจะฟังทันก็ได้มั้ง (แน่ล่ะ) สรุปเราผิดเองที่อ่านซับไม่ทัน)
ค้นพบเพิ่มเติมว่า
เรื่องนี้ฉายปี 2005 ซึ่งฉายก่อนเรื่อง My Boss My Hero ในปี 2006(แต่เราดู My Boss My Hero ก่อน) ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า เพราะโทโมยะเล่นเรื่องนี้ในบทยากูซ่าได้สุดยอดมาก (หยั่งกะยากูซ่าจริงๆ) เลยทำให้เขาได้เล่นบทยากูซ่าอีกครั้งในเรื่อง My Boss My Hero (ซึ่งก็สุดยอดของความฮาอีกนั่นแหละ) พอมาดูเรื่องนี้เลยรู้สึกว่าโทโมยะเหมาะกับบทยากูซ่าจริงๆว่ะ และค้นพบว่าโทโมยะแสดงเก่งมาก ไม่ว่าจะบทโหด บทเก๊กหล่อ บททำหน้าประหลาดๆพี่แกทุ่มสุดตัว แม้จะต้องแต่งตัวเป็นอะไรพิลึกกึกกือ ทำได้หมด!! ขอคารวะ...
อีกอย่างพบว่าริงโทนมือถือของโทโมยะทั้งสองเรื่องเป็นเพลงเดียวกัน!! หรือว่าจะเป็นริงโทนที่ใช้จริงๆในชีวิตของเขา
ข้อควรระวังก่อนการชม (สำคัญมาก)*
1. ระวัง 3 นาทีแรกอาจทำให้คุณเอ๋อจนปิดทีวีได้
2. กรุณาดูอย่างต่อเนื่อง เพราะทุกตอน (ที่ดูเหมือนจะไร้สาระ) มีความสำคัญต่อเรื่องอย่างไม่น่าเชื่อ
3. ไม่เหมาะสำหรับคนที่สมาธิสั้นและปะติดปะต่อเรื่องไม่เก่ง (ละครนี้เหมือนระดับ advance ในการปะติดปะต่อเรื่องอ่ะ) หากรู้ตัวว่ายังไม่เก่งพอ ควรไปฝึกดูละครญี่ปุ่นแนวตลกเรื่องอื่นๆก่อนดีกว่า

โดยส่วนตัวที่ดูเรื่องนี้ เพราะโทโมยะกับโอคาดะ(ริวจิ) เลย เราชอบ 2 คนนี้มากๆ นอกจากจะเล่นละครเก่งแล้ว ทั้งร้องทั้งเต้นยังสุดยอดอีก ปลื้มจริงๆ
ถ้าชอบดูซีรี่ย์ญี่ปุ่นนะคะ แนะนำให้ดูเรื่อง Nodame ค่ะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน
#1 By Akame_KAT-TUN on 2007-04-18 13:59