รูปถ่าย จดหมาย ความรัก
posted on 30 May 2007 19:18 by cinnamoroll in Booksตั้งแต่เขียนบลอกนี้เป็นต้นมา นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าของบลอกจะมาแนะนำหนังสือ
ส่วนตัวก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเพิ่งจะมารีวิว -_- ทั้งที่จริงแล้วตัวเองเป็นคนที่รักการอ่านมากๆคนหนึ่ง
อืม ไม่เชิงว่าเป็นการวิจารณ์ละกัน เหมือนกับคนที่พบหนังสือดีๆเล่มหนึ่งแล้วมาแนะนำดีกว่า
...
อาจจะเป็นความบังเอิญที่จู่ๆเมื่อวานก็ได้พบหนังสือเล่มหนึ่ง ณ ร้านหนังสือ หน้าปกสะดุดตามาก เขียนว่า

ANATA E
รูปถ่าย จดหมาย ความรัก
เขียนโดย KAWASAKI Manami
แปลโดย อรวรรณ กิจเสรีชัย
เมื่อพลิกๆดู ด้านหน้าเขียนไว้ว่า
"ผลงานจากปลายปากกานักเขียนดาวรุ่งอายุเพียง 16 ปี เจ้าของรางวัล Shogakukan"
และเมื่อพลิกมองด้านหลังก็พบ ส่วนที่ตัดมาจากเนื้อเรื่องเขียนไว้ว่า
เธอตายแล้ว.. .เธอหายไปจากโลกนี้เสียแล้ว
ฉันไม่อยากจะเชื่อในหูของตัวเอง ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด
ตายแล้ว ตายแล้ว เธอตายแล้ว...
คำคำนั้นวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในหัว
โกหกใช่ไหม ล้อเล่นใช่ไหม พอทีเถอะ ล้อเล่นแบบนี้ไม่ตลกหรอกนะ...
และ
ฉันฝันถึงเธอ
นั่นเป็นความฝันต่อเนื่องจากความฝันเมื่อคราวนั้น
เราสองคนกำลังเดินอยู่ในก้นทะเลที่มืดมิด เหมือนว่ากำลังโบยบินอยู่
เหมือนกับว่าได้อยู่ภายใต้ท้องฟ้าเดียวกัน
สิ่งที่แตกต่างมีเพียงสิ่งเดียวนั่นก็คือ ฉันไม่รู้สึกอึดอัดทั้งที่รู้ว่ากำลังอยู่ในทะเล
เราสองคนเดินต่อไปด้วยกันในก้นทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุดโดยไม่ได้ทำอะไร
"เธอจะไปไหนหรอ"
ฉันถามออกไปแบบนั้น
"โลกทางโน้น"
เธอตอบเช่นนั้นและชี้นิ้วไปที่แสงสว่างจุดเล็กๆ ที่กำลังส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิด
แล้วเธอก็ยิ้มอย่างหงอยเหงา...
อ่านคร่าวๆก็ดูเหมือนจะน่าสนใจดี ท่าทางจะออกแนวเศร้าๆอารมณ์เบาหวิว
ส่วนการบรรยายดูจะสวยงามเรียบง่าย ตามสไตล์วรรณกรรมญี่ปุ่น
และเมื่อมองราคาก็เห็นว่ายังไม่มากไปกว่าเงินในกระเป๋าตังค์ ก็เลยตัดสินใจหยิบไปจ่าย
และเมื่อได้ลองอ่านก็ไม่ผิดหวังเลย
อาจจะเป็นความบังเอิญก็ได้ เพราะไม่เคยได้ยินชื่อหนังสือเล่มนี้มาก่อน ไม่รู้ว่าดังหรือเปล่า ไม่รู้อะไรเลย แต่ส่วนตัวไม่คิดว่าบังเอิญ (มันเป็นความเชื่อเล็กๆน้อยๆที่คิดว่า การได้พบหนังสือดีๆสักเล่มโดยไม่ได้คาดคิดล่วงหน้าเป็นสิ่งที่คล้ายกับกับพรหมลิขิต)
คำว่า Anata e (จากการค้นหา) แปลว่า "To You" หรือภาษาไทยแปลว่า "ถึงเธอ" ซึ่งเดาว่าน่าจะเป็นคำพูดขึ้นต้นก่อนเขียนจดหมาย ส่วนชื่อไทยที่ว่า รูปถ่าย จดหมาย ความรัก เมื่ออ่านเนื้อเรื่องไปได้สักพักหนึ่งแล้วก็พบว่าตั้งชื่อได้เข้ากับเนื้อหาเหมือนกันแฮะ
เล่มนี้เป็นหนังสือที่เราใช้เวลาอ่านจบไม่นานเลย ทั้งๆที่ระยะหลังๆนี้เราเริ่มจะดองหนังสือมากขึ้นๆ เพราะช่วงนี้สมาธิสั้น อ่านแล้วก็คิดเรื่องอื่นซะงั้น แต่เรื่องนี้กลับดึงดูดเราให้อ่านจนจบอย่างรวดเร็ว แม้ว่าเนื้อหาจะไม่มีอะไรมากนัก แต่กลับทำให้เรารู้สึกอยากติดตามต่อไปเรื่อยๆ
ด้วยภาษาที่งดงาม (ซึ่งขอยกเครดิตให้คนแปลส่วนหนึ่งด้วย) สามารถบรรยายความรู้สึกของคนเล่าได้อย่างละเมียดละไม ทุกถ้อยคำล้วนเรียบง่าย สวยงาม และลึกซึ้ง ราวกับดนตรีที่มีท่วงทำนองอันหนักหน่วงแต่พริ้วไหวได้อย่างงดงาม ผู้เขียนใช้วิธีการเล่าที่ค่อยๆบรรยายสิ่งต่างๆที่คนเล่าเผชิญ บรรยายความรู้สึกที่ค่อยๆบังเกิดขึ้นกับตัวเธออย่างไม่รีบร้อน หากเปรียบก็เหมือนกับการลิ้มรสชาที่หอมกรุ่นทีละนิดๆ จนทำให้เราเข้าใจความรู้สึกและเห็นภาพในมุมมองเดียวกันกับคนเล่าได้
ตัวเนื้อเรื่องไม่ได้มีอะไรมากมาย เนื้อหาก็เหมือนกับไดอารี่หรือจดหมายของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่พร่ำพรรณาถึงคนรักที่จากไป และเล่าเรื่องราวตั้งแต่แรกเจอของเธอและเขาจวบจนวันสุดท้ายแห่งการลาจาก ก็เท่านั้นเอง แต่ไม่น่าเชื่อว่าในตอนท้ายๆเล่ม (ทั้งๆที่ก็พอจะเดาเรื่องได้) กลับทำให้เราน้ำตาพรั่งพรูออกมา T_T อาจจะเพราะความสามารถในการบรรยายความรู้สึกของคนเขียนได้ดี กระทั่งคนอ่าน (อย่างเรา) รู้สึกเกือบจะเป็นคนเดียวกันกับตัวละครในเนื้อเรื่องไปด้วยมั้ง
อย่างหนึ่งที่เชื่อขณะที่อ่านแต่ละบรรทัดก็คือ เป็นไปไม่ได้ที่คนเขียนคนนี้จะไม่เคยมีความรักมาก่อน งานเขียนแบบนี้มั่นใจได้เลยว่า คนที่มีความรักเท่านั้นที่จะเขียนออกมาได้ เพราะคนเขียนบรรยายความรักได้งดงามน่าหลงใหล และสะเทือนหัวใจเหลือเกิน
ส่วนตัวเมื่อได้อ่านเรื่องนี้ รู้สึกเหมือนกับถ้อยคำต่างๆในเรื่องโอบล้อมตัวเราไว้ และเหมือนมีอะไรบางอย่างที่พันผูกหัวใจของเรากับความรู้สึกของตัวละครในเรื่องนี้ไว้ด้วยกัน อาจจะเพราะอะไรบางอย่างที่บันดาลให้เป็นเช่นนั้น
[มีข้อที่น่าเสียดาย และน่าสงสัยอยู่อย่างหนึ่งก็คือ ถ้าเรามีโอกาสได้อ่านหนังสือเล่มนี้ก่อนหน้านี้สักปีนึง มันจะเป็นอย่างไรนะ?]
(แต่คงเป็นไปไม่ได้เพราะว่าเล่มนี้ตีพิมพ์ในไทยตอนช่วงมกรา-กุมภา ปี 2550)
รู้สึกตัวเราจะบรรยายหนังสือเล่มนี้ไว้ดูดีจังเลย เกินจริงไปรึเปล่าหว่า 555 อย่าเพิ่งเชื่อก่อนที่จะได้ทดลองอ่านละกัน
ส่วนตัวคิดว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับ ...
คนที่กำลังตกหลุมรักใครสักคนอยู่
คนที่เคยผ่านความรักมาแล้วและยังอยากระลึกถึงช่วงเวลานั้น
หรือคนที่ได้สูญเสียความรักไปและความเจ็บปวดยังไม่เลือนหาย
และใครที่ชอบอ่านเรื่องที่ภาษาสวยงามที่สามารถสั่นคลอนหัวใจได้ ก็ขอแนะนำเรื่องนี้เลย
ตัวอย่างถ้อยคำที่ชอบ
- ฉันเดินมองรูปถ่ายพวกนั้นทีละใบๆ อย่างระมัดระวัง แล้วก็มีรูปถ่ายใบหนึ่งที่ช่วงชิงหัวใจของฉันไป
- ช่วงเวลาที่ฉันไม่ได้พบเธอราวกับว่ามีหิมะที่ไม่สามารถละลายหายไปได้ทับถมอยู่ในอกของฉันตลอดเวลา ถ้าเป็นเวลาที่ฉันได้พบเธอหัวใจของฉันเหมือนจะคละคลุ้งไปด้วยดอกไม้ไฟที่ไม่มีวันดับ ทั้งที่ฉันควรจะลืมเธอที่พบในตอนนั้นไปจากความทรงจำแท้ๆ ทำไมกันนะ... ทำไมเธอถึงไม่หายไป
- ท้องฟ้าในตอนนั้นเป็นสีฟ้าอย่างน่าสะพรึงกลัว ความรู้สึกแปลกประหลาดจู่โจมเข้ามาเหมือนกับว่าฉันกำลังมองโลกแห่งผิวน้ำจากก้นทะเล... ก้นทะเลที่กว้างและมืดมิดนั้นมีโลกที่สว่างเจิดจ้าซึ่งคาดไม่ถึงรอคอยอยู่บนผิวน้ำ ทั้งที่ระยะห่างดูเหมือนจะเอื้อมถึงหากยื่นมือออกไปละก็ ฉันกลับคว้าอะไรไว้ไม่ได้เลย
- ห้องเรียนหลังจากที่เธอจากไปถูกห่อหุ้มด้วยความเงียบสงบและความเงียบเหงาราวกับจะบดขยี้หัวใจ ฉันมองรูปดอกคอสมอสอย่างระมัดระวังอีกครั้ง และแล้ว... ราวกับเป็นการเดินตามไล่หลังของเธอไป ฉันออกไปจากห้องเรียนอย่างรวดเร็ว
และคุณจะพบประโยคสละสลวยแบบนี้อีกมากมายในหนังสือเล่มนี้ ^^

#1 By tam on 2007-05-30 19:46