Byousoku 5 Centimeters
"a chain of short stories about their distance."
เป็นภาพยนตร์อนิเมชั่น โดย มาโกโตะ ชินไก
(ผลงานเก่าๆของเขา เช่น Voices of a Distant Star)

Byousoku 5 Centimeters เป็นภาพยนตร์ที่ภาพสวยจนน่าใจหาย
สีสันสวยงามมาก ทั้งภาพอย่างกับสถานที่จริง (ทราบมาว่า วาดจากสถานที่จริงด้วย)
แสงเงางดงามเกินบรรยาย (ดูจากภาพประกอบในบล็อกนี้ได้)

ส่วนเนื้อหาของภาพยนตร์ไม่ได้เป็นเรื่องราวเหนือจินตนาการใดๆ
แต่เป็นเรื่องของคนปกติเดินดินอย่างเราๆว่าด้วยเรื่อง ความรัก

หนังตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องของ ระยะทางกับความรัก

หนังแบ่งออกเป็น 3 ช่วง เหมือนกับหนังสั้น
ช่วง 1 "กลีบซากุระ"

เล่าเรื่องของ ทากากิ กับ อาคาริ เด็กประถมสองคนที่เป็นเพื่อนสนิทกันในกรุงโตเกียว
แต่พอขึ้นม.ต้น อาคาริก็จำต้องย้ายโรงเรียนไปอยู่จังหวัดอื่น
ทั้งสองติดต่อกันทางจดหมายตลอด จนวันหนึ่งที่ทากากิพบว่าตัวเองต้องย้าย รร เช่นกัน
เขาตัดสินใจนั่งรถไฟไปพบอาคาริอีกครั้ง ในวันที่หิมะตกหนักมาก

ช่วงที่ 2 "คอสโมนอท์"

เล่าเรื่อง ทากากิ ในช่วงม.ปลาย ซึ่งมี คานาเอะ สุมิตะ เด็กผู้หญิงคนหนึ่งแอบชอบ
เธอได้แต่เฝ้ามองทากากิอยู่ฝ่ายเดียว เธออยากจะสารภาพรักกับเขา
แต่ก็มักพบว่าทากากิมักจะเหม่อมองหาบางสิ่งที่อยู่ไกลตัวออกไป
ซึ่งคานาเอะรู้ดีว่าสิ่งที่เขาเฝ้ามองหานั้น เธอไม่สามารถเติมเต็มให้ได้

ช่วงที่ 3 "5 เซนติเมตรต่อวินาที"

เล่าเรื่องทากากิในวัยทำงาน เขากลับมาทำงานในกรุงโตเกียว
เมืองที่เขาเคยอยู่ตอนเด็กๆอีกครั้ง ทากากิยังคงฝังใจกับเรื่องราวในวัยเด็กอยู่ตลอด
ในวันหนึ่ง ทากากิได้สวนกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูคุ้นตาบนทางรถไฟ
เมื่อเขาหันกลับไปมองเธอชัดๆก็พบว่ารถไฟวิ่งมาบดบังภาพของผู้หญิงคนนั้นพอดี

หนังเล่าเรื่องของคนสองคนที่ผูกพันกันมาก แต่กลับมีอุปสรรคที่ขัดขวางคือระยะทาง
ในวัยเด็กเช่นนั้น ทั้งคู่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพยายามติดต่อถึงกัน
โดยจดหมาย และโทรศัพท์บ้าง (สมัยก่อนไม่มีมือถือ)
อุปสรรคที่ทั้งคู่อาจไม่ได้นึกถึงหรือมารู้ตัวตอนหลัง นั่นก็คือ เวลา ซึ่งค่อยๆพรากทั้งคู่ห่างจากกัน
ระยะทาง อาจทำให้ทั้งคู่ห่างกันโดย สถานที่
แต่ เวลา ทำให้ทั้งคู่ห่างจากกันโดย ความรู้สึก

5 เซนติเมตรต่อวินาที คือความเร็วของกลีบซากุระที่ร่วงลงสู่พื้น
ซึ่งเป็นคำพูดของอาคาริในตอนต้นเรื่อง
หนังได้พูดถึงความเร็วกับระยะทางของสิ่งหลายๆอย่าง
เช่นความเร็วของรถไฟที่ทากากินั่งไปหาอาคาริ หรือความเร็วของจรวด
แต่สุดท้ายแล้วที่หนังต้องการสื่อก็คือ
ความเร็วของหัวใจคน ซึ่งแต่ละคนก็มีความเร็วไม่เท่ากัน
ดูเหมือนว่าหัวใจของทากากิจะเดินช้ากว่าหัวใจของอาคาริ
และนั่นเองที่เป็นสิ่งที่ทำให้ทากากิยังไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างมีความสุขได้
เพราะหัวใจของเขายังคงอยู่ในอดีต
อย่างไรก็ตาม ในฉากสุดท้ายนั้น อาจเป็นนิมิตหมายอันดีว่า
หัวใจของเขาพร้อมจะก้าวไปข้างหน้าแล้ว
เมื่อทากากิหันหลังให้กับทางรถไฟ แล้วก้าวเดินต่อไปด้วยรอยยิ้ม

ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจเข้าถึงคนหลายคนที่เคยประสบเหตุการณ์เช่นเดียวกับทากากิ
ที่ว่า "รักแท้ แพ้ระยะทาง" และ "กาลเวลาย่อมทำให้คนเปลี่ยนแปลงไป"
ส่วนตัวคิดว่า ส่วนที่ทรงพลังที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ในช่วงที่ 3
เมื่อเริ่มขึ้นอินโทรเพลง "One More Time, One More Chance"
พร้อมกับภาพที่ตัดไปมา ให้เห็นความเป็นไปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
เนื้อเพลงสื่อถึงความรู้สึกของทากากิได้ดีมาก (และอาจตรงใจใครหลายคนด้วย)
ในท่อนที่บอกว่า ...

ฉันกำลังตามหาเธอ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นบ้านทางโน้น หรือทางเดินด้านหลัง
ทั้งๆที่ไม่น่าจะอยู่ในที่แบบนั้นได้
ถ้าปาฏิหาริย์มีจริง ฉันอยากจะไปพบเธอทันที

ฉันกำลังตามหาเธอ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
ไม่ว่าจะเป็นที่สี่แยก หรือในความฝัน
บนถนนในตอนเช้า หรือใต้ต้นซากุระในเมือง
จะในร้านขายของที่ระลึก กล่องใส่หนังสือพิมพ์
ทั้งๆที่ไม่น่าจะอยู่ในที่แบบนั้นได้

ฉันกำลังตามหาเธอ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
กับใบหน้าที่มีรอยยิ้มของเธอ
ไม่ว่าจะเป็นทางรถด่วนขบวนพิเศษ
ถ้าสามารถย้อนเวลากลับไปได้
ฉันจะกลับไปพบเธอให้มากเท่าที่จะทำได้
ไม่ว่าจะที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นอะไร
ก็ไม่มีสิ่งใดเลย ที่สำคัญเท่ากับเธอ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

T0T ฉันคือทาโกยากิ...
********************************
ความเร็วของหัวใจคน ซึ่งแต่ละคนก็มีความเร็วไม่เท่ากัน
ดูเหมือนว่าหัวใจของทากากิจะเดินช้ากว่าหัวใจของอาคาริ
และนั่นเองที่เป็นสิ่งที่ทำให้ทากากิยังไม่สามารถดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างมีความสุขได้
เพราะหัวใจของเขายังคงอยู่ในอดีต

#1 By Lydia Deetz on 2008-03-18 16:31

ภาพสวยมากเลยครับ
น่าดูๆๆๆๆcry

#3 By wesong on 2008-03-18 20:27

ขอบคุณคร้าบที่แวะไปอ่านไปเมนท์

เรื่องนี้เพื่อนให้ยืมมานานแล้ว ยังไม่ได้ดูเลย 55+
เพิ่งเห็นภาพแรกกับภาพที่สอง รายละเอียดเยอะและเนี้ยบมากๆ

ส่วน "ขาใหญ่"... "ขาใหญ่" จริงๆฮับ
เพราะเขาคือ WM หึ!

#4 By nanoguy on 2008-03-18 23:49

ภาพสวยดีนะ

#5 By peeate on 2008-03-19 03:16

เพิ่งเคยเห็น MV ตอนจะหามาประกอบบลอคเนี่ยแหละ
แต่ก็หื่นใช้ได้เลยทีเดียว cry

#6 By Lydia Deetz on 2008-03-22 22:13

อยากดูมากมากเลยอ่ะค่ะ
ไม่ทราบว่าจะหาซื้อได้ที่ไหนคะ ?

#7 By BLUE. on 2008-03-29 19:41

^ตอบrepบน
ในไทยยังไม่มีคนซื้อลิขสิทธิ์เข้ามาน่ะ
ยังไงลองถามเจ้าของบล็อกอีกที question

หลงทางเข้ามายังบล็อกนี้ เพราะหน้าเจ้า ชินนามอนโรล
เข้ามาถึง อั่ก สีชมพูกระแทกตาอย่างแรง
แนะนำว่า น่าจะลดระดับความสว่างของชมพูหน่อยนึงค่ะ
จะอ่านได้สบายตายิ่งขี้น cry

#8 By --อาเย่-- on 2008-04-01 02:41

รีวิวได้ยอดเยี่ยมมาก ๆ เลยค่ะ ขนาดเราดูแล้วในใจก็คิดว่า สุดยอดดดดดดด แต่ก็ยังบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้ไม่เท่าคุณ Cinnamoroll เลยค่ะ ขออนุญาตนำเนื้อหาไปให้เพื่อน ๆ อ่านเำพื่อประกอบการชมนะคะcry

#9 By B.B. on 2008-05-01 21:47

ฮือ ๆ ยังเป็นเอนทรี่นี้อีก เสียดแทงใจ รักแท้แพ้ระยะทาง 5 5 5 Hot! Hot!

SMS อะไรไม่เห็นได้เลย sad smile

#10 By Lydia Deetz on 2008-07-16 08:25

อ้อ เปลี่ยนใหม่ ตอนนั้นชั้นจำผิดนึกว่าธีมแกเป็นสีชมพูอีกอันนึงที่ร๊อค ๆ
ธีมนี้ดูหวาน ๆ ว่ะ เหมือนสาวช่างฝัน cry

#11 By Lydia Deetz on 2008-07-16 08:27

ใครที่ยังไม่ได้ดูดูได้ที่ youtube และ Mthai นะครับ ดูแล้วครับซึ้งมากเลยครับ หรือถ้าอยากดูที่ชัดกว่านี้ก็ติดต่อมาที่ Email Blackout56@Gmail.com
ผมดูแล้วซึ้งมาก ไปดาวน์โหลดมาชัดมากซับไทครับ

#12 By thanakorn (222.123.203.23) on 2008-12-05 19:40

ชอบมากเลย ดูจนเพลงขึ้นแล้วมันโดนอ่ะbig smile

#13 By εїз.moni on 2008-12-22 18:21

ดูแล้วหงอยเลยนิ

#14 By garnet19th on 2008-12-26 11:55

เขียนได้น่าสนใจดีครับ

ได้มุมมองที่ต่างไปอีกแล้ว ^ ^

ผมไม่เคยคิดเรื่องความเร็วที่ต่างกันในเรื่องนี้เลยแฮะ... สำหรับผมแล้ว เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนสองคนที่ต่างเจอเรื่องราวในชีวิตตัวเอง

คนนึงเลือกที่จะก้าวเดินต่อไป ในทางที่พบเจอ

ในขณะที่อีกคนหนึ่ง รักที่จะเฝ้ารอ... รอสัญญาในวันเก่า... ความฝันที่เคยมี...

แน่นอน ว่าสิ่งที่หวัง อาจไม่ใช่สิ่งที่สร้างความสุขให้เราได้...

แต่มันก็มีความสุข ที่จะเฝ้ารอ...

จนกว่าจะถึงวัน ที่เราพบว่า... เราได้ทำมันจนถึงที่สุดแล้ว

และก้าวต่อไป ด้วยก้าวที่มั่นคงกว่าเดิม

:D

#15 By Gopgap on 2008-12-26 15:39

สวัสดีครับ เจอบล็อคนี้เพราะ tag 5cm

ได้ดูเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว ชอบมาก ๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้เขียนถึง ซึ่งคงได้เขียนถึงแน่ ๆ

ส่วนตัวแล้วรู้สึกว่าการที่เราจะรักกัน มาอยู่ด้วยกัน และกลายเป็นคู่แท้ของกันและกันได้ต้องอาศัยปัจจัยย่อย ๆ มากมายจริง ๆอย่างในเรื่องนี้คนทั้งสองที่ดูเหมาะสมกันมาก ๆ กลับไม่ได้เดินเคียงข้างกันในบั้นปลายเพียงเพราะถูกแบ่งกั้นด้วยระยะทาง

ซึ่งถ้าเป็นในปัจจุบันที่ยุคแห่งการสื่อสารสามารถย่อโลกทั้งใบให้เหลือเพียงในอุ้งมือแล้วบทสรุปเช่นนี้คงไม่่มีทางเกิดขึ้น และทั้งคู่ต้องได้รักกันอย่างได้แน่นอน

อดคิดไมไ่ด้ว่าอยากให้ทั้งสองเกิดช้ากว่านี้อีกนิดจริง ๆ แฮะ

ถ้าชอบเรื่องนี้แนะนำอนิเมอีก 2 เรื่องผลงานของมาโคโตะ ชินไกคนเดิมครับ เรื่องแรกชื่อ Voices of A Distance Star เป็นอนิเมที่เฮียแกทำด้วยตัวเพียงคนเดียวและมีความยาวเพียง 25 นาทีแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่สะท้อนอารมณ์มาก ๆ ครับ โดยบอกเล่าเรื่องราวของหนุ่มสาวคู่หนึ่งที่ฝ่ายหญิงต้องออกเดินทางไปยังดวง ดาวอันห่างไกลเพื่อขับหุ่นยนต์ต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว เขาทั้งคู่ติดต่อกันผ่านทาง SMS ในมือถือครับ แต่ยิ่งเธอเดินทางไกลเพียงใดข้อความดังกล่าวก็ใช้เวลานานมากขึ้นกว่าจะส่ง ถึงคนรักของเธอ ดูแล้วเหงามาก ๆ

อีกเรื่องหนึ่งชื่อ The Place Promised in Our Early Days คราวนี้เป็นภาพยนตร์อนิเมเต็มรูปแบบครับ บอกเล่าเรื่องราวสะเทือนอารมณ์ของเพื่อนสนิท 3 คนที่ผูกพันกันด้วยความรักและคำสัญญา แต่กลับมีอุปสรรคบางอย่างทำให้ทั้ง 3 คนต้องจากกันและเติบโตขึ้นโดยวางถ้อยคำแห่งสัญญานั้นไว้เบื้องหลัง เรื่องนี้เนื้อเรื่องดี ภาพสวย และเพลงก็เพราะมาก ๆ

(ผมมีเขียนรีวิวไว้ด้วยทั้งสองเรื่อง)

ตอนนี้เมืองไทยมีขายเป็นแพ็คคู่เลยนะครับลองหาดู

ลาล่ะครับ

หวังว่าจะได้คุยกันอีกเน้อ

#16 By Highwind on 2009-05-25 22:56

ผมดูในตอนท้ายแล้วผมว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของทั้ง 2 คนที่จะได้มาพบกันอีกในอนาคตนะ ตามที่คุณ Highwind บอกไว้เลยครับ กว่าที่ทั้ง 2 คนจะมาได้พบกันจะต้องผ่านความยากลำบากและความเจ็บปวดต่างๆนา ๆในเส้นทางที่ตัวเองได้เดินทางไป ทั้งหมดนี้เป็นบททดสอบที่ทำให้หัวใจของทั้ง 2 คนแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ และความรักและความผูกพันธ์ก็แน่นแฟ้นมากขึ้นยากที่จะหาใครมาฟรากได้ แต่ในท้ายที่สุดทั้ง 2 จะได้พบกันอีกครั้ง ณ ที่เดิมใต้ต้นไม้นั้น โดยไร้ซึ่งข้อแม้ใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นกาลเวลา ระยะทาง หรือสิ่งอื่น ๆ ก็ตาม ซึ่งนี่เป็นจุดปลายทางของเรื่องนี้ที่ผมมองเห็นจากความปรารถนาที่ทั้ง 2 ได้กล่าวไว้ในใจในตอนท้าย แต่ถึงอย่างนั้นก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นแห่งการใช้ชีวิตด้วยกันต่อไปเท่านั้น แต่สำหรับเขาและเธอแล้ว ผมว่าไม่ใช่อุปสรรค์หรอกครับ ยังไงก็ตามเรื่องทั้งหมดนี้นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องราวความผูกพันของพวกเขาเท่านั้น ครับ

สำหรับผมแล้ว ถือว่า เป็น Happy Ending แห่งการเริ่มต้นกลับมาหากันใหม่ แม้ว่าจะไม่ได้เห็นในฉากอนิเมก็ตาม

#17 By Snake (114.128.183.104) on 2009-05-30 21:47

big smile open-mounthed smile confused smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#18 By 15251 (125.24.66.229) on 2009-07-26 12:38

อยากจะบอกว่าเขียนบทความเรื่องนี้ได้ดีมาก

พอดีพึ่งได้ดูเรื่องนี้จบและยังไม่เข้าใจ

ในหลายๆเรื่อง จากเมะที่ต้องการจะสื่อ

พออ่านบทวามนี้เสร็จเข้าใจเลย

เป็นเรื่องที่ดีอีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะหามาดูกัน

ขอบใจมากที่เขียนบทความดีๆให้ได้อ่าน

เซรสจากกูเกิ้ลนะเนี่ย Byousoku_5_Centimete

#19 By อามิน (114.128.161.99) on 2009-10-18 23:51

ชอบงานชิ้นนี้มากเลย เพิ่งดูวันนี้วันแรก
มันบรรยายความเหงาของทาคากิได้แบบ โหดร้ายยยยยย

ไม่ไหวแล้วววววววว สงสารรรรร จมปลักอยู่กับอาคาริ ฮือๆ

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับใครหลายๆคนจริงๆ
พอตอนที่ 3 เพลงขึ้นเท่านั้นแหละ...

อะไรมันจะเศร้าได้ขนาดนี้!!

สู้ต่อไปนะทาคากิ TT

#20 By myung on 2009-10-31 16:58

*0* เห็นเค้าบรรยายกันขนาดนี้รู้สึกอยากดูจัง เดียวดูจบจะมาโม้ด้วยคน 55+



ป.ล.อยากถามว่าดูเรื่องจบเเล้วมัน หงอยๆ ปลงๆ เศร้าๆ ไมอะเราเคยดูแนวนี้จบ เล่นเอา IN แบบไม่ OUTไปอีก 2-3 วัน sad smile question

#21 By KI12 (125.27.5.171) on 2009-12-01 20:42

ดูจบแล้ว-*-


เป็นเมะในดวงใจอีกหนึ่งเรื่องเลยcry

ป.ล.สังเกตุเห็นรอยยิ้มของทากากิก่อนจบทำใช้ฉุกคิดขึ้นมาว่าทากากิคงไม่จมปลักอยู่กับอดีตอีกต่อไปแล้วsurprised smile ถือเป็นการจบที่ดีครับ ^^ ดูเเล้วไม่เศร้าไม่หงอยนะ

เอาไปเป็นข้อคิดเตือนใจเราไม่ให้จมอยู่กับอดีต


สรุปสุดยอดครับเรื่องนี้
question

#22 By KI12 (125.27.33.94) on 2009-12-02 23:08

*cinnamoroll View my profile