เมื่อวันพุธที่ผ่านมาไปได้ไปดูหนังเกาหลี-ญี่ปุ่นเรื่องหนึ่ง โดยได้รับอภินันทนาการตั๋วฟรีจากคุณเพื่อนตัวน้อย
หนังที่ว่านั้นก็คือ Cyborg She ขอนอกเรื่องนิด มีเพื่อนของเพื่อนคนนึงได้ยินชื่อหนังแล้วถามอีกรอบ
"อะไรนะ ใครบอก ชี??" (คงเป็นหนังเกี่ยวกับแม่ชีแน่นอน 555) ตอนแรกคิดว่าชื่อหนังภาษาไทยฟังดูตลก และไม่สื่ออะไรเลย แต่พอดูจนจบก็คิดว่ามันตั้งได้ไม่เลวนีหว่า เพราะดูทั้งเรื่องก็สรุปได้อย่างเดียวคือ "ยัย(นางเอก)นี่ น่ารักจัง"


หนังเรื่องนี้ไม่รู้ว่าจะจัดให้อยู่สัญชาติใดดี เพราะดาราที่เล่นเป็นคนญี่ปุ่นหมด เหตุการณ์เกิดขึ้นในญี่ปุ่นหมดก็จริง แต่ว่าผู้กำกับหนังเป็นคนเกาหลี สไตล์หนังและอารมณ์ตลอดทั้งเรื่องก็เป็นเกาหลี๊เกาหลี

กว๊าก แจ ยอง ผกก.ชาวเกาหลีคนนี้ ได้ผ่านงานที่รู้จักกันดีในไทยมาหลายเรื่อง เช่น My Sassy Girl, The Classic, Windstuck ทุกเรื่องของพี่แกจะมีสไตล์คล้ายๆกัน คือเอาเหตุการณ์อะไรไม่รู้มายำๆปนๆกัน บางเรื่องไอ้ที่ยำๆไปก็ออกมาดูดีดูลงตัวเข้ากันไปหมด แต่บางเรื่องก็เรียกได้ว่ายำได้เละเทะไม่กลมกลืนกันเลย และเรื่อง Cyborg She นี่ก็กึ่งๆแต่ออกไปทางประเภทหลังซะมากกว่า

Cyborg She เล่าเรื่องราวของชายคนหนึ่งที่จู่ๆก็พบว่าตัวเองในอนาคตได้ส่งหุ่นยนต์สาวสวยมาให้ เพื่อเปลี่ยนแปลงอดีตของพระเอก หุ่นยนต์ตัวนี่ทั้งสวยทั้งน่ารัก และมีพลังประหนึ่งยอดมนุษย์ เพื่อปกป้องพระเอกและผู้คน เมื่ออยู่ด้วยกันไปนานๆ พระเอกก็เริ่มหลงรักหุ่นยนต์เข้าซะแล้ว แต่หุ่นยนต์ไม่ได้มีหัวใจ มีชีวิต มีวิญญาณเหมือนมนุษย์ ไม่นาน การที่หุ่นยนต์ตัวนี้ไม่อาจตอบสนองสิ่งที่พระเอกต้องการได้ พระเอกก็ไล่เธอไปทั้งๆที่รัก...

เรื่องไม่ได้มีแค่ความรักของคนกับหุ่นยนต์ กว๊ากแจยอง เองคงรู้สึกสนุกไม่เบาถ้าเค้าจะใส่อะไรแปลกๆใหม่ๆเข้าไปในหนัง เหมือนที่ใส่ยูเอฟโอในเรื่อง My Sassy Girl เพราะหลังจากเหตุการณ์ที่พระเอกไล่หุ่นยนต์ไป เนื้อเรื่องก็เริ่มเปลี่ยนแนว เข้าขั้นออกทะเล แต่จะว่าอย่างงั้นก็ไม่ถูกนัก เพราะ theme เรื่องความรักระหว่างพระเอกกะหุ่นยนต์ก็ยังคงอยู่ แต่ว่า... มันก็มีอะไรแปลกๆ ประหลาดๆ เวอร์ๆโผล่ออกมามากมาย ไม่อยากเล่าให้รู้เรื่องก่อน เอาเป็นว่าใครอ่านที่เราเขียนแล้วสนใจว่ามันเป็นไงก็ไปดูเถิด หนังมันก็ตลกดี โดยเฉพาะพันธมิตรมาพากย์เสียงให้

หนังเรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชอบ

1. My Sassy Girl และ Windstruck ของ กวาก แจ ยัง
ถ้าชอบเรื่องแรกอย่างเดียวก็ยังแนะนำให้ลองดู เพราะเราว่าเรื่องนี้อาจไม่ดีเท่า My Sassy Girl แต่ดีกว่า Windstruck นะ (ความเห็นส่วนตัว)

2. นางเอกในโปสเตอร์ Ayase Haruka น่ารักมากเรื่องนี้ ถึงไม่รู้จักก็ต้องชอบนางเอกเรื่องนี้แน่ๆ

3. นังตลก (+ไม่ต้องคิดไรมาก คิดมากแล้วจะงง)

Spoil Alert จากนี้ไปจะเปิดเผยเนื้อหาสำคัญของภาพยนต์ค่ะ
เหมาะกับคนที่ดูมาก่อนแล้วเท่านั้น ไม่งั้นอาจงง

.

.

.

สิ่งที่ชอบจากหนังเรื่องนี้

1. นางเอก นำแสดงโดย อายาเสะ ฮารุกะ (Ayase Haruka)

 

 


ผลงานอื่นๆของเธอเช่น ซีรีส์ อยากกู่ร้องบอกรักให้ก้องโลก Crying out for Love in the Center of the World ซีรีส์ โฮตารุ สาวปลาแห้ง Hotaru no Hikari หรือ Just One Love ที่แสดงกะคาเมะ และ Byakuyako ซีรีส์แนวมืดหม่น

เรื่องนี้เข้าใจหานางเอกมาแสดงจริงๆ เพราะเธอนอกจากจะหน้าตาน่ารักแล้วหุ่นดีอีกต่างหาก ประมาณว่า ถ้ามีผู้ชายคนไหนสักคนคิดจะสร้างไซบอร์กผู้หญิง ก็คงสร้างออกมาให้หุ่นเป็นแบบเนี้ยอ่ะ หน้าอกใหญ่เชียว นอกจากรูปร่างหน้าตา เธอก็ยังแสดงเก่งด้วย อันนี้เห็นมาจากละครหลายๆเรื่องของเธอแล้ว พอมาเป็นหุ่นยนต์ก็แสดงได้เหมือนดี แถมการแสดงของเธอยังบอกใบ้ให้รู้ตั้งแต่แรกด้วยว่า นางเอกคนที่โผล่มาปี 2007 ตอนต้นสุดไม่ใช่หุ่นยนต์ แต่เป็นมนุษย์ หนังเรื่องนี้แม้ว่าครึ่งหลังจะกู่ไม่กลับ แต่สิ่งที่ยังทำให้อยากดูต่อ (นอกจากอยากจะรู้ว่ามันจะมีอะไรแปลกๆโผล่มาอีก) ก็คือนางเอกเนี่ยแหละค่ะ

2. พระเอก นำแสดงโดย เคย์สึเกะ โคอิเดะ (Keisuke Koide)
อาจไม่ค่อยมีคนพูดถึงพระเอกเท่าไหร่ เพราะหน้าตาซื่อบื้อๆ ตามสไตล์พระเอกของผู้กำกับคนนี้ แต่เราว่าเค้าก็แสดงดีใช้ได้เลยนะ เอ๋อๆน่ารักดี อาจเพราะส่วนหนึ่งเคยเห็นเค้าเล่นเรื่อง Nodame Cantabile เป็นตุ๊ดได้เหมือนมากด้วยมั้ง เพราะมาดูเรื่องนี้ก็ทำให้รู้สึกว่าเป็นคนละคนไปเลย

จำมาสึมิจัง จาก โนดาเมะกันได้มั้ย

 

 


3. สไตล์หนังของผกก.กว๊าก แจ ยอง

เราว่ามันก็เหมือนลายเซ็นของเค้าไปแล้วนะ คือ เราว่าหลายคนที่ไปดูเรื่องนี้ แม้จะไม่รู้ข้อมูลอะไรมาก่อนเลย ก็ต้องนึกถึง My Sassy Girl แน่นอน แสดงว่าหนังของเค้าต้องสะท้อนอะไรที่คล้ายๆกันออกมาแหง และเราว่ามันเป็นสิ่งที่ ผกก. คนนี้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้นด้วย เช่น พระเอกซื่อบื้อๆ นางเอกสวย ร้ายหรือเก่ง ประมาณพระเอกต้องเป็นฝ่ายยอม หรือฉากนางเอกเต้นรำแปลกๆ หรือการย้อนอดีต+ไปอนาคต ผกก. ฝังใจอะไรกับการข้ามเวลาก็ไม่ทราบ (ใครทราบบอกหน่อย) เพราะเห็นเกือบทุกเรื่องจะสัมพันธ์กับเวลาทั้งหมด

ส่วนตัวไปดูก็ทำใจจะเจออะไรแปลกๆตามสไตล์ ผกก. คนนี้อยู่แล้ว เลยทำใจได้กับครึ่งหลังของเรื่อง แม้มันจะดูมั่วซั่วไปหน่อย แต่ถ้าพิจารณาดีๆ ก็พบว่าเค้านำเสนอสิ่งที่น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของ time line และทฤษฎีการย้อนเวลา ระหว่างที่ดูก็จะคาดไม่ถึงว่าต่อไปเค้าจะเสนออะไรออกมาให้เราดูต่อ อารมณ์แบบ เออ ทำไปด๊ายยย... เอาเข้าไป -*- ... เราขำมากมายกับหลายๆฉาก เช่น การปรากฏตัวของนางเอกเหมือนเทอร์มิเนเตอร์ คงตั้งใจล้อเลียนเรื่องนี้แหงล่ะ หรือจู่ๆตึกถล่ม (เฮ้ย อะไรเนี่ย นี่เราดูหนังอะไรอยู่ หนังรักหรือหนังภัยธรรมชาติ) การนำเสนอโลกอนาคต (ช่างกล้า) รวมๆแล้วก็ขำดี ถ้าใครไม่ชอบอะไรเละเทะแบบนี้ก็คงไม่ชอบไปเลย

Time Line และ Time Travel ของหนัง

ตอนดูแอบคิด มาอีกละๆ แนวย้อนเวลาหาอดีตเนี่ย ละครไทยก็เพิ่งจบไปเรื่องนึง จำได้ว่าเคยบอก (สมัยรีวิวหนังพี่เจย์โชว) ว่าหนังประเภทนี้ ถ้าเรื่องความสมเหตุสมผลทางเวลาไม่เป๊ะจะแป๊กแน่ ส่วนเรื่อง Cyborg She เราว่าเวลาก็ไม่ค่อยเป๊ะ ก็เกือบแป๊กแล้ว แต่เสนอไอเดียได้โอเค

การข้ามเวลาในหนังที่เราชอบ ส่วนใหญ่จะประมาณว่า "สุดท้ายการที่ตัวเอกย้อนอดีตมาแก้ไขนั่นแหละเป็นเหตุที่ทำให้เกิดทั้งหมดขึ้น" ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องโดราเอมอน ตอนที่มีใครสักคนเงินหายไป แล้วโนบีตะพยายามหาคนร้าย สุดท้ายหาไม่ได้ก็เลยนั่งไทม์แมกชีนไปดักดูเหตุการณ์ในอดีต ปรากฏคนร้ายไม่โผล่มา โนบีตะกับโดราเอมอนเลยไม่รู้จะทำไง เลยเอาเงินกลับไปในอนาคตละกัน แม้ไม่เจอคนร้ายแต่ก็ได้เงินกลับมา สุดท้ายมาคิดดูอีกที ก็ตัวโนบีตะกับโดราเอมอนเองนั่นแหละที่ทำให้เงินหายไป ตั้งแต่ต้น คือถ้าเอ็งไม่ย้อนมาตั้งแต่แรกก็คงไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องย้อนมา ไม่ก็ดูจากหนังเรื่อง เทอร์มิเนเตอร์ ก็ได้ จะพบการย้อนมาของคนในอนาคตทำให้เกิดเหตุที่ต้องย้อนมาในอดีต (งงมั้ย) หรืออีกตัวอย่างก็คือ แฮรี่ พอตเตอร์เล่ม 3 ก็มีเรื่องย้อนเวลาในลักษณะแบบนี้เหมือนกัน เหตุการ์ที่วนไปวนมาอย่างนี้ เรียกว่า predestination paradox หรือเรียกง่ายๆว่า casual loop/closed loop (ไม่ทราบคำในภาษาไทยค่ะ)

ที่เราชอบหนังข้ามเวลาแบบนี้ เพราะเรารู้สึกว่ามันทำยากกว่า "การแก้ไขอดีตทำให้เกิดอนาคตอีกแบบ" เพราะต้องละเอียดในเรื่องการเขียนบท ส่วน Cyborg She เป็นแบบหลัง คือการเปลี่ยนอดีตส่งผลให้อนาคตเปลี่ยนไป

สรุป เผื่อคนดูแล้วงง ในเรื่องจะมีอนาคตทั้งหมด 3 แบบได้แก่

1. พระเอกโดนยิง เลยสร้างหุ่นยนต์ให้ย้อนกลับมาช่วยพระเอก

2. พระเอกไม่โดนยิงเพราะมีหุ่นยนต์มาช่วย หุ่นยนต์ถูกทำลายกลางเรื่องเพราะปกป้องพระเอก
พระเอกเลยสร้างหุ่นยนต์จากชิ้นส่วนที่เหลือ และแก่ตายไปด้วยกัน นางเอก (มนุษย์) ในอนาคตมาซื้อประมูลไป พออ่านชิปความทรงจำของหุ่นยนต์และเกิดประทับใจความรักของทั้งคู่เลยตัดสินใจย้อนกลับมาตอนต้นสุด

3. พระเอกไม่โดนยิงเพราะมีหุ่นยนต์มาช่วย หุ่นยนต์ถูกทำลายกลางเรื่องเพราะปกป้องพระเอก
จู่ๆนางเอก(มนุษย์)ก็โผล่มา และคาดว่าคงอยู่ด้วยกัน แต่ตอนแก่ไม่รู้ว่าอนาคตเป็นเช่นไร เพราะหนังไม่ได้บอก

แต่ว่าเรื่องที่น่าประหลาดของหนังเรื่องนี้คือ อดีตทั้งสามแบบ ดันมีนางเอก(มนุษย์)ในอนาคตปรากฏตัวตอนต้นทั้งหมด
มันเป็นไปได้อย่างไรกัน???

แม้หนังจะพยายามให้มีส่วนของ casual loop หลายๆอย่าง เช่นการที่นางเอก(มนุษย์)หน้าเหมือนหุ่นยนต์ไม่ใช่เรื่องบังเอิญเพราะว่า พระเอกที่โดนยิงบอกว่าสร้างขึ้นจากนางในฝันของพระเอก และนางในฝันของพระเอกก็คือนางเอก(มนุษย์)ในตอนต้นนะเอง หรือคำพูดของนางเอกตอนต้นที่บอกว่าเคยโดนผู้ชายหักอกเพราะเธอกินจุ บ้าพลัง ฯลฯ ก็มีที่มาที่ไปเฉลยในตอนหลังก็ดูลงล็อกกันดี

แต่ว่าก็ยังทำให้เรางงอยู่ดีว่า อนาคตของพระเอกข้อ 1 ที่ส่งนางเอกกลับไปแล้ว และเปลี่ยนอดีตแล้วมันจะทำให้นางเอก(มนุษย์)ในตอนหลังมาหาพระเอกตอนต้นได้อย่างไร ทฤษฎีการข้ามเวลาของหนังเรื่องนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะเราว่า



หุ่นยนต์มีความรักได้จริงหรอ?

น่าเสียดายประเด็นนี้ไม่ได้เล่นมากนัก เลยไม่ดราม่าเท่าไหร่ (สำหรับเรา) สุดท้าย ดูแล้วก็ยังคลุมเครือว่า นางเอกหุ่นยนต์รักพระเอกจริงหรือโดนตั้งโปรแกรมมาก็ไม่รู้ น่าจะเป็นอย่างหลังมากกว่านะ เหมือนหุ่นยนต์เด็กในหนัง AI แต่ถ้าใครจะมองว่านั่นเป็นอีกแบบนึงของความรักก็คงไม่ผิด แล้วแต่คนจะเชื่อกันไป ทว่า ตอนสุดท้าย ผกก. ให้หนังแฮปปี้เอนดิ้งด้วยการที่พระเอกลงเอยกับนางเอกมนุษย์ เราว่ามันก็บอกเป็นนัยๆแล้วล่ะว่าหุ่นยนต์กับมนุษย์ก็คงไม่ได้เกิดมาเพื่อคู่กันอยู่ดี แต่ความรักของพระเอกน่ะ เราเชื่อนะ เพราะใช้เวลาตั้งหลายปีเพื่อซ่อมมาอีกรอบ ถ้าไม่รักจริงคงไม่ทำ เพราะงั้นเราเลยชอบพระเอกในข้อ2 มากกว่าข้อ1 ส่วนพระเอกในข้อ 3 ก็อยากรู้เหมือนกันว่าจะคบนางเอกมนุษย์ได้รอดมั้ย เพราะยังไงมันก็คนละคน(หุ่นยนต์)กันอยู่ดี

สรุปวิจารณ์ซะหนังเรื่องนี้หายโรแมนติกไปเลย เอ๊ะ มันมีส่วนที่โรแมนติกด้วยหรอ นึกไม่ออก 555 จำได้ว่าแอบน้ำตาซึมอยู่ฉากเดียวคือตอนพระเอกได้กลับไปหาคุณยายที่ตายไปแล้ว

แหม แต่ก็พอใจหนังเรื่องนี้นะ อย่าคิดว่าไม่ชอบ เราว่ามันแปลกดี เราชอบหนังไอเดียแปลกๆ


ปล. ทฤษฎีเรื่อง Time Travel ไปหาอ่านเองนะจ้ะ บล็อกนี้ไม่ได้เพื่อการศึกษาใดๆ มีแต่เรื่องบันเทิงปลอดสาระ 555

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นางเอกน่าร้ากกกกกกก
อืม..พระเอกคือมาซามิแอฟฟโฟร่นี่เอง5555confused smile

#1 By wesong on 2008-09-20 12:08

รีวิวทันใจจังแก (ตั๋วนี้ได้ที่นั่งไฮโซด้วยน้า หุหุ)

ความสมเหตุสมผลในเรื่องนีไม่ค่อยแม่นจริง ๆ ชั้นยังแอบงงอยู่ว่าแล้วล็อตเตอรี่ที่มันบอกว่าซื้อมาวันก่อนแล้วถูกอ่ะหายไปไน ถ้าไม่ถูกยิงก็จะไม่ถูกรางวัลหรือไง แล้วทำไมในอนาคตตอนหุ่นยนต์พังถึงมีตังสร้างหุ่นอยู่ดีทั้ง ๆ ที่ไม่ถูกล็อตเตอรี่ หรือไม่บาดเจ็บเลยทำนหาเงินเอง...

อ้าว กลายเป็นจับผิดหนังซะอย่างนั้น 555

นอกจากนี้ ประเด็นเล็ก ๆ ของหนังที่คนทำแอบใส่ไว้ก็ทำให้ตัวหนังดูน่าสนใจขึ้นมากเลย อย่างตุ๊กตาอีวา (ซึ่งเราแอบคิดว่าเหมือนนางเอกจังเล้ย) หรือตัวราอูลเอง อะไรพวกนี้แอบบอกนิสัยของพระเอกอยู่นิด ๆ

วู้ว ใครที่ยังไม่ได้ไปดูก็ไปดูกันน้า ซึ้งปนฮา รับรองหนุก อิอิ

#2 By Lydia Deetz on 2008-09-20 12:28

ลืมกด Hot! Hot! เย้

#3 By Lydia Deetz on 2008-09-20 12:41

น่าดูอะ เพราะลุงกว๊ากกำกับนี่ละ
แต่เนื้อเรื่อง เฉยๆอ่า เพราะผิดหวังมาจากที่เรนเล่นอะ
จำชื่อเรื่องไม่ได้ จบไม่สวยเลยยยconfused smile

#4 By on 2008-09-20 18:33

แอบงงว่าทำไมไซบอกจำวิธีการHBDของกลุ่มอเมกันฟุตบอลได้?
(ก็ตอนนั้นคนมามิใช่รึ?)
แต่พอมาคิดอีกแง่ ถ้าเป็ฯเนื้อเรื่องจบแบบแรก(ยื้มเจ้าของบล็อกมาละกัน^^") คิดว่าจิโระคงใ่โปรแกรมเข้าไป (เป็นจุดบอด?ที่สามารถหาข้ออ้างได้ใช่ไหมเนี่ย?)

แต่ดูไปดูมาไม่ค่อยคิดไรมาก^^ แอบฮาตามสไตล์พี่เขาอยู่แว้ว

พึ่งไปดูวันนี้ที่MBKแฮะๆ
ไม่แปลกใจเลย กำกับแต่ละทีต้องมีพูดถึงเื่องอนาคตหรืออดีตสิน่า=w='
ตอนนั่งดูไอเราก็นั่งคิด- -'เอ๋?ทำไมตอนแรกกับช่วงหลังๆนี่มันดูไม่เห็นธรรมาชาติเหมือนตอนแรกเลย เหอๆ กินเสร็จแล้วซามูไร^^"เหอๆ

โดยรวมผมถือว่าดีเลยละ><เพราะผมอยากดูแนวนี้มานานแล้วแต่ช่วงนี้ไม่มีหนังรักคอมดี้บ้างเลย>+<

By Yukimura

#5 By ♪ Yukimura ♪ on 2008-09-20 21:25

เห็นโฆษณาทางทีวีอยู่ทีนึง น่าดูดีเหมือนกันนะ

#6 By โก๋สิจ๊ะ on 2008-09-21 08:57

ผมรู้สึกว่าหนังญี่ปุ่นนะ มีอีกเรื่องหนึ่งนะที่ดำเนินเรื่องคล้ายๆแบบ Cyborg She ไม่รู้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของหนังแนวนี้ของญี่ปุ่นหรือเปล่า คืออีกเรื่องที่ผมเคยดูคือ ปาฏิหาริย์รัก 6 สัปดาห์เปลี่ยนฉันให้รักเธอ เป็นหนังญี่ปุ่นครับ ที่ว่าคล้ายกันก็คือว่า ตอนแรกๆจะให้พระเอกเป็นตัวเดินเรื่องเพราะพระเอกจะเป็นตัวบรรยายเรื่องราวไม่ว่าจะตอนต้นเรื่องหรือจนถึงค่อนๆเรื่อง มันก็ทำให้เราเข้าใจแล้วหละว่าเรื่องราวที่ดำเนินอยู่นี้เป็นเรื่องราวที่มาจากพระเอก แต่พอจะจบเรื่องที่เราคิดว่ามันน่าจะจบแล้ว(เพราะปกฏิถ้าเป็นหนังไทย หรือหนังฝรั่งบางเรื่องมันน่าจะจบ และนี่ก็เป็นสาเหตุที่เราดูแล้วหงุดหงิด เพราะมันจบแบบไม่ได้ใจหนะ)แต่กลายเป็นว่าเรื่องราวทั้งหมดที่พระเอกดำเนินมา เป็นเรื่องราวที่อยู่ในเรื่องราวของนางเอกอีกทีหนึ่ง ก็อย่างเช่นพระเอกเอานางเอกหุ่นยนต์มาซ่อมและแก่ตาย หลายปีต่อมาก็มีคนเอาความทรงจำนางเอกหุ่นยนต์มาใส่นางเอกคน ทีนี้ความทรงจำก็ไหลไปอยู่กับนางเอกคน(ซึ่งตอนนี้เราต้องทำความเข้าใจว่านางเอกหุ่นยนต์ได้ย้ายเป็นนางเอกคนไปแล้ว พูดง่ายๆคือนางเอกห่นได้ย้ายร่างมาอยู่ที่นางเอกคนแล้ว)และนางเอกก็รับรู้ และเข้าใจเรื่องราวในความทรงจำที่มีมา คล้ายๆกับว่าเรื่องราวที่เราได้ดูมาทั้งหมดหนะที่เราเข้าใจว่าพระเอกเป็นตัวดำเนินการนั้นแท้จริงแล้วมันก็คือข้อมูลที่นางเอกซึมซึบมานั่นเอง และจากความผูกพันที่ได้จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น(ซึ่งก็คือเรื่องราวที่พระเอกดำเนินมา)ทำให้นางเอกดำเนินเรื่องต่อไปว่า จะกลับไปอดีตเพื่อไปหาพระเอกซึ่งหลังจากนี้นางเอกก็กลายเป็นตัวดำเนินเรื่องจนจบ ซึ่งเรื่องราวทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราว เรื่องเล่าของนางเอก ไม่ใช่อะไรหรอก ก็คือผมเห็นคุณcinnamorol เขียนทฤษฎีไว้ดีมากแล้วยังสรุป พระเอกใน 3 รูปแบบเป็นความรู้กับผมมาก ผมก็เลยอยากเสนอความเห็นที่ได้ดูหนังแล้ว รู้สึกไงกับการนำเสนอของผู้กำกับก็เลยแสดงความคิดเห็นออกมา แต่หากมีใครคิดเห็นเหมือนผม หรือแย้ง ก็แสดงความเห็นออกมาได้ แล้วเรามาแลกเปลี่ยนความรู้กัน

#7 By pae (117.47.12.27) on 2009-01-22 00:10

คุณ pae #7

ด้วยความยินดีค่ะที่ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน ส่วนสไตล์การดำเนินเรื่องที่คุณบอก เราก็ยอมรับว่าถ้ามองในมุมมองนั้นสองเรื่องนี้ก็มีสไตล์การเล่าคล้ายกันจริง แถมยังเป็นเรื่องการข้ามเวลาเหมือนกันอีกด้วย แต่ถ้าคิดดีๆ หนังประเภทมาเฉลยตอนหลังว่ามีการข้ามเวลามักจะเล่าคล้ายๆอย่างนี้เกือบทุกเรื่องแหละค่ะ

ไม่ทราบว่าได้ดูหนังเรื่อง Secret ของ Jay Chou หรือยังคะ ถ้ายังก็อยากให้ลองดู เพราะว่ามันก็มีสไตล์การเล่าคล้ายๆแบบนี้ มันไม่เชิงว่าเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นหรอกนะ เพราะ Be With You ของญี่ปุ่นก็จริง แต่ Cyborg She มันก็กึ่งๆเกาหลีญี่ปุ่นนะ ส่วน Secret นี่ไต้หวันชัดๆ อีกอย่าง หนังฝรั่งที่คล้ายๆแบบนี้ก็มีเหมือนกันแหละ

surprised smile

#8 By *cinnamoroll on 2009-01-26 21:03

แล้วดราก้อนบอลหล่ะ ย้อนอดีตมาก็แก้ไขไรไม่ได้ทำให้มีอนาคตหลายแบบ

#9 By ทั้ง (58.10.128.207) on 2009-06-08 18:02

*cinnamoroll View my profile